วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เรื่องอกุศล

อกุศลสูตร
             [๕๘๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ต้องตก- *นรก เหมือนกับถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ กายกรรม ฝ่าย อกุศล ๑ วจีกรรมฝ่ายอกุศล ๑ มโนกรรมฝ่ายอกุศล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ต้องตกนรก เหมือนกับถูกนำไปฝังไว้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ต้องได้ขึ้นสวรรค์เหมือนกับ เชิญไปวางไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ กายกรรมฝ่ายกุศล ๑ วจีกรรม ฝ่ายกุศล ๑ มโนกรรมฝ่ายกุศล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ต้องได้ขึ้นสวรรค์เหมือนกับเชิญไปวางไว้ ฯ
สาวัชชสูตร
             [๕๘๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ต้องตก- *นรก เหมือนกับถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ กายกรรม ที่มีโทษ ๑ วจีกรรมที่มีโทษ ๑ มโนกรรมที่มีโทษ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ต้องตกนรก เหมือนกับถูกนำไปฝังไว้ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ต้องได้ขึ้นสวรรค์เหมือนกับ เชิญไปวางไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ กายกรรมที่ไม่มีโทษ ๑ วจีกรรม ที่ไม่มีโทษ ๑ มโนกรรมที่ไม่มีโทษ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ต้องได้ขึ้นสวรรค์ เหมือนกับเชิญไปวางไว้ ฯ
วิสมสูตร
             [๕๘๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ต้องตก- *นรก เหมือนกับถูกนำเอาไปฝังไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ กายกรรม ที่ไม่สม่ำเสมอ ๑ วจีกรรมที่ไม่สม่ำเสมอ ๑ มโนกรรมที่ไม่สม่ำเสมอ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ต้องตกนรก เหมือน กับถูกนำเอาไปฝังไว้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการต้องได้ ขึ้นสวรรค์ เหมือนกับเชิญเอาไปวางไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ กายกรรม ที่สม่ำเสมอ ๑ วจีกรรมที่สม่ำเสมอ ๑ มโนกรรมที่สม่ำเสมอ ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ต้องได้ขึ้นสวรรค์ เหมือนกับ เชิญไปวางไว้ ฯ
อสุจิสูตร
             [๕๘๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ต้อง ตกนรก เหมือนกับถูกนำเอาไปฝังไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ กายกรรม ที่ไม่สะอาด ๑ วจีกรรมที่ไม่สะอาด ๑ มโนกรรมที่ไม่สะอาด ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ต้องตกนรก เหมือนกับถูกนำ เอาไปฝังไว้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ต้องขึ้นสวรรค์ เหมือนกับเชิญเอาไปวางไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ กายกรรมที่สะอาด ๑ วจีกรรมที่สะอาด ๑ มโนกรรมที่สะอาด ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่ประกอบด้วย ธรรม ๓ ประการนี้แล ต้องได้ขึ้นสวรรค์ เหมือนกับเชิญเอาไปวางไว้ ฯ
ขตสูตรที่ ๑
             [๕๙๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสัตบุรุษผู้โง่เขลา ไม่เฉียบแหลม ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย เป็นผู้มี โทษ มีข้อที่วิญญูชนจะพึงติเตียน และต้องประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ กายกรรมฝ่ายอกุศล ๑ วจีกรรมฝ่ายอกุศล ๑ มโนกรรมฝ่ายอกุศล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสัตบุรุษผู้โง่เขลา ไม่เฉียบแหลม ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย เป็น ผู้มีโทษ มีข้อที่วิญญูชนจะพึงติเตียน และต้องประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษผู้ฉลาดเฉียบแหลม ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย เป็นผู้ไม่มีโทษ วิญญูชนไม่พึง ติเตียน และได้ประสบบุญเป็นอันมาก ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ กายกรรม ฝ่ายกุศล ๑ วจีกรรมฝ่ายกุศล ๑ มโนกรรมฝ่ายกุศล ๑ ฯลฯ ฯ
ขตสูตรที่ ๒
             [๕๙๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสัตบุรุษผู้โง่เขลา ไม่เฉียบแหลม ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ฯลฯ คือ กายกรรมที่มีโทษ ๑ วจีกรรมที่มี โทษ ๑ มโนกรรมที่มีโทษ ๑ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษผู้ฉลาด เฉียบ แหลม ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ฯลฯ คือ กายกรรมที่ไม่มีโทษ ๑ วจีกรรม ที่ไม่มีโทษ ๑ มโนกรรมที่ไม่มีโทษ ๑ ฯลฯ ฯ
ขตสูตรที่ ๓
             [๕๙๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสัตบุรุษผู้โง่เขลา ไม่เฉียบแหลม ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ฯลฯ คือ กายกรรมที่ไม่สม่ำเสมอ ๑ วจีกรรม ที่ไม่สม่ำเสมอ ๑ มโนกรรมที่ไม่สม่ำเสมอ ๑ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษ ผู้ฉลาด เฉียบแหลม ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ฯลฯ คือ กายกรรมที่ สม่ำเสมอ ๑ วจีกรรมที่สม่ำเสมอ ๑ มโนกรรมที่สม่ำเสมอ ๑ ฯลฯ ฯ
ขตสูตรที่ ๔
             [๕๙๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสัตบุรุษผู้โง่เขลา ไม่เฉียบแหลม ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ คือ กายกรรมที่ไม่สะอาด ๑ วจีกรรมที่ไม่สะอาด ๑ มโนกรรมที่ไม่สะอาด ๑ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษผู้ฉลาด เฉียบแหลม ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ฯลฯ คือ กายกรรมที่สะอาด ๑ วจีกรรมที่ สะอาด ๑ มโนกรรมที่สะอาด ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษผู้ฉลาด เฉียบแหลม ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูก ทำลาย ย่อมเป็นผู้ไม่มีโทษ วิญญูชนไม่พึงติเตียน และได้ประสบบุญเป็น อันมาก ฯ
วันทนาสูตร
             [๕๙๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย การไหว้ ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน คือ ไหว้ทางกาย ๑ ไหว้ทางวาจา ๑ ไหว้ทางใจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การไหว้ ๓ อย่างนี้แล ฯ
สุปุพพัณหสูตร
             [๕๙๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดประพฤติสุจริตด้วยกาย ประพฤติสุจริตด้วยวาจา ประพฤติสุจริตด้วยใจ ในเวลาเช้า เวลาเช้าก็เป็นเวลา เช้าที่ดีของสัตว์เหล่านั้น สัตว์เหล่าใดประพฤติสุจริตด้วยกาย ประพฤติสุจริตด้วย วาจา ประพฤติสุจริตด้วยใจ ในเวลาเที่ยง เวลาเที่ยงก็เป็นเวลาเที่ยงที่ดีของ สัตว์เหล่านั้น สัตว์เหล่าใดประพฤติสุจริตด้วยกาย ประพฤติสุจริตด้วยวาจา ประพฤติสุจริตด้วยใจ ในเวลาเย็น เวลาเย็นก็เป็นเวลาเย็นที่ดีของสัตว์เหล่า นั้น                           สัตว์ทั้งหลายประพฤติชอบในเวลาใด เวลานั้นชื่อว่าเป็น                           ฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี ขณะดี ยามดี และบูชาดี                           ในพรหมจารีบุคคลทั้งหลาย กายกรรมเป็นส่วนเบื้องขวา                           วจีกรรมเป็นส่วนเบื้องขวา มโนกรรมเป็นส่วนเบื้องขวา                           ความปรารถนาของท่านเป็นส่วนเบื้องขวา สัตว์ทั้งหลายทำ                           กรรมอันเป็นส่วนเบื้องขวาแล้ว ย่อมได้ผลประโยชน์อัน                           เป็นส่วนเบื้องขวา ท่านเหล่านั้นได้ประโยชน์แล้ว จงได้รับ                           ความสุข จงงอกงามในพระพุทธศาสนา จงไม่มีโรค ถึง                           ความสุข พร้อมด้วยญาติทั้งมวล ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น