สัมมุขีสูตร [๔๘๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเป็นผู้มีธรรม ๓ ประการ กุลบุตร ผู้มีศรัทธาจึงประสบบุญเป็นอันมาก ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ศรัทธา ๑ ไทยธรรม ๑ ทักขิไณยบุคคล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเป็นผู้มี ธรรม ๓ ประการนี้ กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสบบุญเป็นอันมาก ฯ
ฐานสูตร [๔๘๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พึงทราบบุคคลมีศรัทธาเลื่อมใสโดย ฐานะ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้ใคร่ที่จะเห็นท่านผู้มีศีล ๑ เป็นผู้ ใคร่ที่จะฟังธรรม ๑ มีใจปราศจากความตระหนี่อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้ว มีฝ่ามือชุ่ม ยินดีในการสละ ควรแก่การขอ ยินดีในทานและการแจกจ่ายทาน อยู่ ครองเรือน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่าคนมีศรัทธาเลื่อมใสโดยฐานะ ๓ ประการนี้แล ฯ บุคคลผู้ใคร่จะเห็นท่านผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม ปราบปรามความตระหนี่อันเป็นมลทินนั้นแล เรียกว่าผู้มี ศรัทธา ฯ
ปัจจยวัตตสูตร [๔๘๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ ๓ ประการ ควรอย่างยิ่งที่จะแสดงธรรมแก่คนอื่นๆ อำนาจประโยชน์ ๓ ประการ เป็นไฉน คือ ผู้แสดงธรรมรู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้ฟังธรรมรู้แจ้ง อรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้แสดงธรรมและผู้ที่ฟังธรรมทั้งสองฝ่าย รู้แจ้ง อรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่พิจารณาเห็นอำนาจ ประโยชน์ ๓ ประการนี้แล ควรอย่างยิ่งที่จะแสดงธรรมแก่คนอื่นๆ ฯ
ปเรสสูตร [๔๘๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุ ๓ ประการ เรื่องราวจึง เป็นไปได้ เหตุ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ผู้แสดงธรรมรู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้ง ธรรมด้วย ๑ ผู้ฟังธรรมรู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้แสดงธรรมและผู้ ฟังธรรมทั้งสองฝ่าย รู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะ เหตุ ๓ ประการนี้แล เรื่องราวจึงเป็นไปได้ ฯ
ปัณฑิตสูตร [๔๘๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ บัณฑิตได้บัญญัติ ไว้ สัตบุรุษได้บัญญัติไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ทาน ๑ บรรพชา ๑ มาตาปิตุอุปัฏฐาน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้แล บัณฑิตบัญญัติ ไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้ ฯ ทาน การไม่เบียดเบียน ความสำรวม การฝึกตน การบำรุง มารดาและบิดา สัตบุรุษบัญญัติไว้ เหตุที่บัณฑิตเสพ เป็น เหตุของสัตบุรุษ ผู้เป็นคนดี เป็นพรหมจารีบุคคล ผู้ที่เป็น อริยสมบูรณ์ด้วยทัศนะ ย่อมคบโลกอันเกษม ฯ
ศีลสูตร [๔๘๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยบ้านหรือ นิคมใดอยู่ มนุษย์ในบ้านหรือนิคมนั้น ย่อมประสบบุญเป็นอันมากด้วยเหตุ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ กาย ๑ วาจา ๑ ใจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยบ้านหรือนิคมใดอยู่ มนุษย์ในบ้านหรือนิคมนั้น ย่อม ประสบบุญเป็นอันมากด้วยเหตุ ๓ ประการนี้แล ฯ
สังขตสูตร [๔๘๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขตธรรม ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเกิดขึ้นปรากฏ ๑ ความเสื่อมปรากฏ ๑ เมื่อตั้งอยู่ความแปรปรวนปรากฏ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขต- *ธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
อสังขตสูตร [๔๘๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะของอสังขตธรรม ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ไม่ปรากฏความเกิด ๑ ไม่ปรากฏความ เสื่อม ๑ เมื่อตั้งอยู่ไม่ปรากฏความแปรปรวน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะ ของอสังขตธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
ปัพพตสูตร [๔๘๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้แก่นขนาดใหญ่ๆ อาศัยขุนเขา หิมวันต์ ย่อมงอกงามด้วยความเจริญ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ เจริญ ด้วยกิ่ง ใบแก่ และใบอ่อน ๑ เจริญด้วยเปลือก และกะเทาะ ๑ เจริญด้วย กระพี้และแก่น ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้แก่นขนาดใหญ่ๆ อาศัยขุนเขาหิมวันต์ ย่อมงอกงามด้วยความเจริญ ๓ ประการนี้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้น เหมือนกัน คนภายในอาศัยพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ย่อมเจริญด้วยธรรมอัน เป็นเหตุเจริญ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ เจริญด้วยศรัทธา ๑ เจริญด้วย ศีล ๑ เจริญด้วยปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนภายในอาศัยพ่อบ้านแม่เรือนผู้ มีศรัทธา ย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๓ ประการนี้แล ฯ ภูเขาศิลามีอยู่ในป่าใหญ่ หมู่ไม้ได้อาศัยภูเขานั้น เจริญงอก งามเติบโตอยู่ในป่า ฉันใด บรรดาบุตรภรรยา เผ่าพันธุ์ อำมาตย์ หมู่ญาติและเหล่าชนผู้พึ่งพำนักเลี้ยงชีพ ต่างอาศัย พ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ถึงพร้อมด้วยศีล เจริญอยู่ ฉันนั้น ผู้ที่มีปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาเห็นศีล จาคะและ สุจริต ของพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศีลนั้นเข้า ต่างก็พากันทำ ตาม บุคคลประพฤติธรรม คือ ทางที่ยังสัตว์ให้ไปสุคติไว้ ในโลกนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้เพลิดเพลิน สมประสงค์ที่น่าใคร่ บันเทิงอยู่ในเทวโลก ฯ
อาตัปปสูตร [๔๘๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลควรทำความเพียรเครื่องเผากิเลส ด้วยเหตุ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือเพื่อความไม่เกิดขึ้นแห่งธรรมที่ เป็นบาปอกุศลซึ่งยังไม่เกิด ๑ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นกุศลซึ่งยังไม่เกิด ๑ เพื่ออดกลั้นทุกขเวทนาอันมีในสรีระซึ่งเกิดขึ้นแล้ว กล้า แข็ง เผ็ดร้อน ไม่น่า ยินดี ไม่น่าชอบใจ อาจนำเอาชีวิตไป ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะว่าภิกษุทำความ เพียรเครื่องเผากิเลส เพื่อความไม่เกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นบาปอกุศลซึ่งยังไม่เกิด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นกุศลซึ่งยังไม่เกิด เพื่ออดกลั้นทุกขเวทนาอันมีใน สรีระซึ่งเกิดขึ้นแล้ว กล้า แข็ง เผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่าชอบใจ อาจนำเอา ชีวิตไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เราเรียกว่า มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มี ปัญญาเครื่องรักษาตน มีสติเพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบ ฯ
มหาโจรสูตร [๔๙๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรประกอบด้วยองค์ ๓ ประการ ย่อมย่องเบาบ้าง ปล้นบ้าง ทำการล้อมเรือนหลังเดียวแล้วปล้นบ้าง คอยดักชิงเอา ที่ทางเปลี่ยวบ้าง องค์ ๓ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรในโลกนี้ ย่อมอาศัยที่อันขรุขระ ๑ ย่อมอาศัยป่าชัฏ ๑ ย่อมอาศัยบุคคลผู้มีกำลัง ๑ ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย ก็มหาโจรย่อมอาศัยที่อันขรุขระอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจร ในโลกนี้ ย่อมอาศัยสถานที่อันไม่ไกลแม่น้ำ หรือที่ที่ขรุขระแห่งภูเขา ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย มหาโจรย่อมอาศัยที่อันขรุขระอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มหาโจร ย่อมอาศัยป่าชัฏอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรในโลกนี้ ย่อมอาศัยชัฏหญ้า บ้าง ชัฏต้นไม้บ้าง ริมตลิ่งบ้าง ราวไพรใหญ่บ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจร ย่อมอาศัยป่าชัฏอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มหาโจรย่อมอาศัยบุคคลผู้มีกำลัง อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรในโลกนี้ ย่อมอาศัยพระราชาหรือมหาอำมาตย์ ของพระราชา เขาคิดอย่างนี้ว่า ถ้าใครจักกล่าวหาอะไรกะเรา พระราชาหรือ มหาอำมาตย์ของพระราชาเหล่านี้ จักช่วยกันปกปิดโทษของเรา แล้วว่ากล่าว อรรถคดี ดังนี้ ถ้าใครกล่าวหาอะไรกะมหาโจรนั้นเข้า พระราชาและมหาอำมาตย์ ของพระราชาเหล่านั้น ต่างช่วยกันปกปิดโทษของมหาโจรนั้น แล้วว่ากล่าว อรรถคดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรย่อมอาศัยบุคคลผู้มีกำลังอย่างนี้แล ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย มหาโจรผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ ประการนี้แล ย่อมย่องเบาบ้าง ปล้นบ้าง ทำการล้อมเรือนหลังเดียวแล้วปล้นบ้าง คอยดักชิงเอาที่ทางเปลี่ยวบ้าง ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุผู้ลามกประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ให้ถูกทำลาย ประกอบด้วยโทษ ถูก วิญญูชนติเตียน ทั้งจะประสบบาปเป็นอันมากอีกด้วย ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกในธรรมวินัยนี้ ย่อมอาศัยกรรมอันไม่สม่ำเสมอ ๑ อาศัยป่าชัฏ ๑ อาศัยบุคคลผู้มีกำลัง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกย่อมอาศัย กรรมอันไม่สม่ำเสมออย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกในธรรมวินัยนี้ ประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สม่ำเสมอ ด้วยวจีกรรมอันไม่สม่ำเสมอ ด้วยมโน- *กรรมอันไม่สม่ำเสมอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกย่อมอาศัยกรรมอันไม่ สม่ำเสมออย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกอาศัยป่าชัฏอย่างไร ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกในธรรมวินัยนี้ เป็นคนที่มีความเห็นผิด ประกอบด้วย อันตคาหิกทิฏฐิ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกย่อมอาศัยป่าชัฏอย่างนี้แล ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ลามกย่อมอาศัยบุคคลผู้มีกำลังอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกในธรรมวินัยนี้ ย่อมอาศัยพระราชาหรือมหาอำมาตย์ของพระราชา เธอ คิดอย่างนี้ว่า ถ้าใครจักว่ากล่าวอะไรเรา พระราชาหรือมหาอำมาตย์ของพระราชา เหล่านี้ จักช่วยปกปิดโทษของเราแล้วว่ากล่าวคดี ดังนี้ ถ้าใครได้ว่ากล่าวอะไร ภิกษุพวกลามกนั้น พระราชาและมหาอำมาตย์ของพระราชาเหล่านั้น ต่างก็ช่วยกัน ปกปิดโทษของภิกษุนั้นไว้แล้วว่ากล่าวคดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกย่อม อาศัยบุคคลผู้มีกำลังอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ลามกประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ให้ถูกทำลาย ประกอบด้วยโทษ ถูกวิญญูชนติเตียน ทั้งจะประสบบาปมากอีกด้วย ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น